แบบฟอร์มต่าง ๆ
แผนแสดงขั้นตอนและระยะเวลา
สรุปผลการดำเนินการ
รายงานการเงิน
หน้าหลัก
ข้อมูลทั่วไป
ส่วนราชการภายใน
แผนพัฒนา อบจ.
การติดตามประเมินผล
ข่าวประชุม
Untitled Document
หน้าหลัก -> กีฬาและการละเล่นพื้นบ้าน
 

 
ปราชญ์ชาวบ้าน  สาขากีฬาและการละเล่นพื้นบ้าน
 ปัจจุบันโลกมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว    ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและ
นวัตกรรมต่างๆ  ทำให้สังคมเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน   ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว  ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคนในสังคม   ชุมชน  ทุกระดับ  ทุกด้าน   ในอดีตกีฬาและการละเล่นพื้นบ้านเป็นกิจกรรมนันทนาการในสังคมไทยที่ได้รับความนิยม  มีการละเล่นกันทุกเพศ  ทุกวัย  ทั้งเด็ก  และผู้ใหญ่   และนำไปจัดกิจกรรมนันทนาการในเทศกาลงานต่าง ๆ   ตามโอกาสสำคัญ ๆ    กีฬาและการละเล่นพื้นบ้าน  นอกจากทำให้เกิดความสนุกสนาน และเสริมสร้างสุขภาพแล้ว  ยังทำให้เกิดการมีส่วนร่วมในสังคม  เสริมสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ    ทั้งนี้การละเล่นพื้นบ้านแต่ละชนิด ยังได้แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาของคนไทยในการใช้กีฬาและการละเล่นพื้นบ้านเป็นสื่อกลางในการพัฒนาศักยภาพของบุคคลในด้านต่าง ๆ   เช่น ในด้านความเป็นผู้นำ  ผู้ตาม  การทำงานเป็นทีม  การฝึกสมาธิ  การใช้ประสาทสัมผัส  การวางแผน  การใช้สติปัญญาแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และการระวังภัย   เป็นต้น ศักยภาพเหล่านี้สอดแทรกอยู่ในการละเล่นพื้นบ้านอันหลากหลายชนิดที่มีอยู่ในอดีต     ด้วยตระหนักในความสำคัญของกีฬาและการละเล่นพื้นบ้านของไทยอันเป็นภูมิปัญญาไทยที่สมควรอนุรักษ์ไว้และสืบทอดให้คงอยู่ต่อไป   องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์จึงได้ให้ความสำคัญโดยดำเนินการเบื้องต้นในการรวบรวมภูมิปัญญาของปราชญ์ชาวบ้านด้านกีฬาและการละเล่นพื้นบ้านของจังหวัดสุรินทร์ไว้เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้  อันนำไปสู่การเผยแพร่สืบทอดภูมิปัญญาสืบต่อไป
๑. นายอำนวย  แสงกล้า  ปราชญ์ชาวบ้านด้านกีฬาและการละเล่นพื้นบ้าน
                                               
  
            
ประวัติส่วนตัว
 ชื่อ-สกุล นายอำนวย  แสงกล้า   เกิดวันที่  ๑๐  กรกฎาคม   พ.ศ. ๒๔๙๔   ปัจจุบันอาศัยอยู่บ้านเลขที่๑๔๒   หมู่ที่ ๑๑  บ้านสนม   ตำบลสนม  อำเภอสนม  จังหวัดสุรินทร์   วุฒิการศึกษาสูงสุด ระดับปริญญาตรี    ครุศาสตรบัณฑิต  วิชาเอกพลศึกษา  จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์   สถานที่ทำงานปัจจุบัน  โรงเรียนวัดบึงบ้านสนม   ตำบลสนม    อำเภอสนม  จังหวัดสุรินทร์   ปัจจุบันรับราชการครู  
วิธีการเรียนรู้ของปราชญ์ชาวบ้าน
กีฬาและการละเล่นพื้นบ้านของไทย   มีมาช้านานในสังคมไทย    เป็นกิจกรรมที่ละเล่นกันในชุมชนทั้งเด็ก  ผู้ใหญ่  กระทั้งผู้สูงอายุ  มีมากมายหลายชนิด   แต่ด้วยสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป  พร้อมกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี   และการรับอารยธรรมใหม่ ๆ  ทำให้กีฬาและการละเล่นพื้นบ้านในสังคมถูกลืมเลือนและเสื่อมความนิยมไปในที่สุด
ประมาณพ.ศ.  ๒๕๐๑-๑๕๐๗   ในขณะที่นายอำนวย  แสงกล้า  อยู่ในวัยเด็ก ขณะที่ เรียนหนังสืออยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๗   เป็นยุคที่กีฬาและการละเล่นพื้นบ้าน  มีการเล่นกันอยู่มากมายหลายชนิด   เช่น  หมากเก็บ   มอญซ่อนผ้า   ตี่จับ   ขี่ม้าส่งเมือง   ขาโถกเถก   สะบ้า  เป็นต้น 
มีโอกาสได้เล่นแข่งขันกันอย่างสนุกสนานในหมู่เพื่อนวัยเดียวกัน  วัยไล่เลี่ยกัน   ซึ่งกีฬาการละเล่นพื้นบ้าน   ทุกชนิดที่เล่น  ล้วนแต่เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมความรักสามัคคีในหมู่เพื่อนฝูง   มีการเคารพกติกากันอย่างเคร่งครัด   ไม่มีการเอารัดเอาเปรียบกัน รู้แพ้รู้ชนะ เป็นประสบการณ์ที่สร้างความประทับใจอย่างไม่รู้ลืม
 
 
การละเล่นขาโถกเถก
แรงบันดาลใจในการฟื้นฟูส่งเสริม  กีฬาและการละเล่นพื้นบ้าน
ปัจจุบันเทคโนโลยีและ  นวัตกรรมต่าง ๆ  เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของเด็กและชุมชนอย่างรวดเร็ว   กีฬา และการละเล่นพื้นบ้านจึงถูกมองข้าม  และเลิกนิยมไปในที่สุด     เป็นที่น่าเสียดายที่คุณค่าอันดีงามของการละเล่นที่สืบทอดมายาวนานในสังคมไทยตั้งแต่สมัยโบราณถูกบดบังด้วยอารยธรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่      จึงเกิดแรงบันดาลใจที่อยากฟื้นฟูกีฬาและการละเล่นพื้นบ้าน    ให้อยู่คู่กับสังคมไทยอีกครั้งหนึ่ง   เพื่อเป็นการรื้อฟื้นสิ่งดีงามที่มีอยู่ในสังคมไทยในอดีตให้คนในสังคมยุคปัจจุบันได้สัมผัส     จึงใช้โอกาสในการเข้าไปมีส่วนร่วมในชุมชนโดยใช้กิจกรรมกีฬาและการละเล่นพื้นบ้านเข้าไปมีส่วนร่วมในงานประเพณี   และวัฒนธรรมต่าง ๆ    เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนและความสามัคคีในหมู่คณะ    และประกอบกับนายอำนวย   แสงกล้า   มีอาชีพครู   จึงคิดนำกีฬาและการละเล่นพื้นบ้าน มาสอดแทรกในกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อเป็นการฟื้นฟูและอนุรักษ์กีฬาและการละเล่นพื้นบ้านไม่ให้สูญหายไปอีกทางหนึ่ง
ในปีพ.ศ. ๒๕๓๙   จึงได้เริ่มนำกีฬาและการละเล่นพื้นบ้าน    มาจัดการละเล่นเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างหมู่บ้าน   ตำบล   อำเภอ    ใน งานประเพณีต่าง ๆ  เช่น  ประเพณีสงกรานต์   ประเพณีเข้าพรรษา   ประเพณีออกพรรษา   ประเพณีลอยกระทง   เป็นต้น     และนับแต่บัดนั้นมาก็ได้พยายามนำกีฬาและการละเล่นพื้นบ้านเข้าสู่ชุมชนโดยจัดในงานประเพณีต่าง ๆ  รวมทั้งกิจกรรมในชุมชน  และกิจกรรมในโรงเรียน   กลุ่มโรงเรียน   ทุกโอกาสที่จะกระทำได้   ผลปรากฏว่า ได้รับความสนใจ และได้รับความร่วมมือจาก  นักเรียน  และประชาชนทั่วไป  เป็นอย่างดี    
จากนั้นจึงได้มีการส่งเสริม  สนับสนุน   และช่วยกันอนุรักษ์  และจัดให้มีการละเล่น และแข่งขันกันตลอดมา  โดยองค์กรท้องถิ่น  โรงเรียน   เขตพื้นที่การศึกษา  โดยจัดให้มีการละเล่นและ   การแข่งขันทุกปี  มาจนถึงปัจจุบัน
 

 
การละเล่นตี่จับ
แนวความคิดของภูมิปัญญา
นายอำนวย  แสงกล้า  กล่าวว่า  “กีฬาและการละเล่นพื้นบ้านช่วยปลูกฝังและส่งเสริมความร่วมมือ   การยอมรับกติกา   การใช้สติ   การคิดวางแผน      เป็นส่วนช่วยเสริมสร้างให้สังคมอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข”
นอกจากนี้กีฬาและการละเล่นพื้นบ้านเป็นการสะท้อนความเป็นอยู่ตามวิถีชีวิตของคนไทย  ที่แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือ  การมีส่วนร่วม  การยอมรับในกฎ   กติกา  การใช้สติ   การรู้จักการวางแผน   และทำให้เกิดความบันเทิง     ได้รับความเพลิดเพลินควบคู่ไปกับการใช้เวลาว่าง    ทั้งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมประเพณี วัฒนธรรมอันดีงามของคนไทยในสังคมได้เป็นอย่างดี  ควรคู่ในการอนุรักษ์ในอยู่สังคมไทยสืบไป      โดยคุณค่าของกีฬาและการละเล่นช่วยเสริมสร้างสังคมดังนี้
 ๑. กีฬาและการละเล่นพื้นบ้านแต่ละชนิดมีกฎ     สร้างนิสัยการยอมรับในกติกามารยาท
 ๒. กีฬาและการละเล่นพื้นบ้านแต่ละชนิดต้องใช้สติและรู้จักการวางแผนในการละเล่น เป็นการสร้างการรับรู้ว่าการทำการให้สำเร็จต้องใช้สติและการวางแผนที่เหมาะสม
 ๓. กีฬาและการละเล่นพื้นบ้านต้องใช้ความร่วมมือ  การมีส่วนร่วม   แสดงให้เห็นว่าความสำเร็จเกิดขึ้นได้จากการร่วมมือร่วมใจ
 ๔. กีฬาและการละเล่นพื้นบ้านสร้างความเพลิดเพลิน  และส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์   เป็นต้น
 ด้วยหลักการสำคัญของกีฬาและการละเล่นพื้นบ้านที่มีผลต่อวิถีชีวิตดังกล่าว ทำให้เป็นแรงผลักดันการดำเนินการส่งเสริม  ฟื้นฟู ให้กีฬาและการละเล่นพื้นบ้านคงอยู่กับสังคมไทยตลอดไป
 
 

การละเล่นงูกินหาง
ความสามารถเฉพาะ
นายอำนวย  แสงกล้า   เป็นผู้มีบทบาทในชุมชนโดยเฉพาะความสามารถด้านกีฬา    จึงมีโอกาสมีส่วนร่วม  เป็นทั้งผู้จัดการ   และเป็นผู้สนับสนุนการจัดการแข่งขันกีฬาในชุมชน   ได้แก่   กีฬานักเรียน
 กีฬาอำเภอ    กีฬาเทศบาล    กีฬาชุมชนสัมพันธ์   เนื่องจากนายอำนวย  แสงกล้า  มีความสามารถหลายด้าน     จึงได้มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมกับชุมชนในงานประเพณีต่าง ๆ  ในบทบาทพิธีกร    และกรรมการในงานประเพณีต่าง ๆ   จึงได้พยายามนำกิจกรรมด้านกีฬาและการละเล่นพื้นบ้านเข้าไปร่วมในการจัดกิจกรรมในงานประเพณี    ส่งเสริมให้มีการละเล่นพื้นบ้านเพื่อความสนุกสนาน    ทำให้เกิดการมีส่วนร่วมของชุมชน     ทุกเพศ   ทุกวัย   เช่น  การเล่นกระโดดเชือก   การเล่นชักเย่อ     วิ่งสามขา  
วิ่งกระสอบ  เป็นต้น 
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน  ได้มีการนำกีฬาและการละเล่นมาบรรจุไว้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ในด้านกิจกรรมนักเรียน เช่น  กิจกรรมกีฬา     กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน     เช่นกิจกรรมลูกเสือ    กิจกรรมเนตรนารี    ใช้กิจกรรมกีฬาและการละเล่นในการจัดกิจกรรมเสริมทักษะในชั้นเรียนต่าง ๆ  เช่น กิจกรรมเพื่อส่งเสริมความสามารถเฉพาะบุคคล   กิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วม   กิจกรรมส่งเสริมความเป็นผู้นำ    กิจกรรมส่งเสริมการทำงานเป็นทีม   ฯลฯ
 
การละเล่นชักเย่อ
ทรัพยากรที่ได้มาใช้ประกอบการจัดกีฬาและการละเล่นพื้นบ้าน
การจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมกีฬาและการละเล่นพื้นบ้านได้รับการสนับสนุนจากโรงเรียน  กลุ่มโรงเรียน  ชุมชน  องค์การบริหารส่วนตำบล    ในการส่งเสริม  ให้ความร่วมมือ   รวมทั้งเสียสละปัจจัยที่ทำให้การจัดกิจกรรมดำเนินไปได้ด้วยดี    ทั้งนี้ประชาชนในชุมชนได้ให้ความสำคัญ  สนใจ และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการมีส่วนร่วมส่งเสริมและอนุรักษ์กีฬาและการละเล่นพื้นบ้าน
ในส่วนของการจัดกิจกรรมนักเรียน    และการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  โรงเรียนและบุคลากรทุกฝ่ายให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี    รวมทั้งการจัดกิจกรรมกีฬาสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียน  กลุ่มโรงเรียน ในเขตพื้นที่การศึกษา สุรินทร์ เขต ๒  ก็ได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากบุคลากรทุกฝ่ายเป็นอย่างดี
วิธีการถ่ายทอดภูมิปัญญา
นายอำนวย  แสงกล้า  ได้ถ่ายทอดภูมิปัญญาด้านกีฬาและการละเล่นพื้นบ้านในลักษณะต่าง ๆ  โดยได้ดำเนินการถ่ายทอดภูมิปัญญาดังนี้
๑.  ได้นำกีฬาและการละเล่นพื้นบ้านมาบรรจุไว้ในหลักสูตร กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา   สาระที่ ๓   การเคลื่อนไหว  การออกกำลังกาย  การเล่นเกม  กีฬาไทยและกีฬาสากล  การนำกีฬาและการละเล่นพื้นบ้านมาบรรจุไว้ในหลักสูตร  ทำให้มีโอกาสถ่ายทอดสู่นักเรียน   ทำให้นักเรียนได้รู้จักกีฬาการละเล่นพื้นบ้าน  และสามารถนำไปเล่นกันอีกครั้งหนึ่ง  และเล่นแพร่หลายมากขึ้น  เป็นหนทางหนึ่งในการสืบทอดให้คงอยู่ต่อไป
๒.  ถ่ายทอดสู่นักเรียนโดยใช้ในกิจกรรมการเรียนการสอนในกลุ่มสาระอื่น ๆ  ในโอกาสที่จะ
ทำได้โดยการบูรณาการเข้ากับกิจกรรมอื่น ๆ  ให้เหมาะสมตามโอกาสที่จะกระทำได้  เช่น  จัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะต่าง ๆ  โดยเลือกกีฬาและการละเล่นให้สอดคล้องกับทักษะที่ต้องการเน้น    การใช้กิจกรรมกีฬาและการละเล่นพื้นบ้านไปสอดแทรกเพื่อบูรณาการกับกลุ่มสาระอื่น ๆ   ตามความเหมาะสมในโอกาสต่าง ๆ  เพื่อพัฒนาทักษะของผู้เรียนให้สอดคล้องกับสาระนั้น ๆ  เป็นการเปิดกว้างให้มีโอกาสในการถ่ายทอดสู่นักเรียนมากขึ้น  ทำให้กีฬาและการละเล่นพื้นบ้านเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง   และสืบทอดสู่นักเรียนได้มากขึ้น
๓.  ถ่ายทอดสู่นักเรียนโดยผ่าน กิจกรรมนักเรียน  และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน    การดำเนินการในกิจกรรมนักเรียน  โดยการจัดตั้งชุมนุมกีฬา   และ จัดกิจกรรมชุมนุม โดยสอดแทรกกีฬาและการละเล่นพื้นบ้านไว้ในกิจกรรมของชุมนุม   ให้นักเรียนได้มีโอกาสเล่นกีฬาและการละเล่นพื้นบ้านเพื่อส่งเสริมสุขภาพ  และพัฒนาทักษะ ทั้งด้านกีฬา และเสริมสร้างศักยภาพความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์   การดำเนินการในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  ได้นำกีฬาและการละเล่นพื้นบ้านมาบรรจุไว้ในกิจกรรมลูกเสือ  และกิจกรรมเนตรนารี  ทำให้เป็นการถ่ายทอดสู่ผู้เรียนอีกทางหนึ่ง
๔. ใช้กิจกรรมด้านกีฬาและนันทนาการเป็นการสืบทอด      ดำเนินการโดยนำการกีฬาและการละเล่นพื้นบ้านไปบรรจุไว้ในโปรแกรมการแข่งขันกีฬาของโรงเรียน   เครือข่ายโรงเรียน  
๕. การส่งเสริมและสืบทอดสู่ชุมชนผ่านกิจกรรมในงานประเพณี  วัฒนธรรมต่าง ๆ                 การถ่ายทอดสู่ชุมชนดำเนินการโดยการผ่านการจัดกิจกรรมทางประเพณี  วัฒนธรรมในท้องถิ่นและชุมชนทุกโอกาสที่จะกระทำได้   โดยการนำกีฬาและการละเล่นพื้นบ้านไปจัดการละเล่นและแข่งขันกันระหว่างชาวบ้าน   ประชาชนในชุมชน  ในงานต่าง ๆ  ที่จัดกิจกรรมตามประเพณี  และสอดแทรกการจัดกิจกรรมที่ทำให้เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน  รวมทั้งทำให้เกิดการเชื่อมสัมพันธ์อันดีในชุมชนอีกทางหนึ่ง    โดยจัดกิจกรรมในงานต่าง ๆ  เช่น  งานประเพณีสงกรานต์   งานประเพณีวันขึ้นปีใหม่     ประเพณีวันเข้าพรรษา   ประเพณีวันลอยกระทง   ประเพณีวันออกพรรษา   งานวันผู้สูงอายุ   งานวันพ่อ    งานวันแม่
๖. ส่งเสริมและสืบทอดผ่านกิจกรรมกีฬาชุมชนสัมพันธ์  การดำเนินการในด้านกีฬาชุมชนสัมพันธ์  ได้จัดให้มีการแข่งขันกีฬาระดับชุมชน  หมู่บ้าน  ตำบล  อำเภอ  โดยจัดให้มีการแข่งขันกีฬาการละเล่นพื้นบ้าน  การดำเนินการส่งเสริมกีฬาและการละเล่นพื้นบ้านเป็นที่นิยมในการจัดกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์ทุกโอกาส  ทำให้เป็นที่แพร่หลายและมีการอนุรักษ์กันอย่างกว้างขวางขึ้นโดยลำดับจนถึงปัจจุบันนี้
สิ่งที่ทำให้ภูมิปัญญาคงอยู่
การส่งเสริมกีฬาและการละเล่นพื้นบ้าน  ได้รับการสนับสนุนจากโรงเรียน  ชุมชน  วัฒนธรรมอำเภอ   องค์การบริหารส่วนตำบล   เป็นอย่างดี  ประกอบกับประชาชนทั่วไป ให้ความสำคัญในการมีส่วนร่วมกับกิจกรรมด้านกีฬาและการละเล่นที่จัด  ทำให้ภูมิปัญญายังคงอยู่และสืบทอดต่อไป
ผลงานที่ผ่านมา
 นายอำนวย  แสงกล้า   ได้ส่งเสริมกีฬาและการละเล่นพื้นบ้าน   กิจกรรมต่าง ๆ  ดังนี้
๑. ได้นำกีฬาและการละเล่นพื้นบ้านมาบรรจุไว้ในหลักสูตร
๒. ถ่ายทอดกีฬาและการละเล่นพื้นบ้านโดยผ่าน กิจกรรมนักเรียน  และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน   
๓. ใช้กิจกรรมด้านกีฬาและนันทนาการเป็นการสืบทอดกีฬาและการละเล่นสู่ชุมชน     
              ๔. การส่งเสริมกีฬาและการละเล่นพื้นบ้านสืบทอดสู่ชุมชนผ่านกิจกรรมในงานประเพณี  วัฒนธรรมต่าง ๆ 
 
การละเล่นวิ่งสามขา
๒. นายบุญยง    ราชโสม   ปราชญ์ชาวบ้านด้านกีฬาและการละเล่นพื้นบ้าน
                                                              

ประวัติส่วนตัว
ชื่อ – สกุล นายบุญยง   ราชโสม  เกิดวันที่ ๑๐  พฤษภาคม   พ.ศ.  ๒๕๐๓   ปัจจุบันอยู่บ้านเลขที่ ๔๕  หมู่ที่๑๓  ตำบลเมืองบัว  อำเภอชุมพลบุรี  จังหวัดสุรินทร์  จบการศึกษาสูงสุดระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย  จากศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน     อำเภอชุมพลบุรี   จังหวัดสุรินทร์  การทำงานและอาชีพ     ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกำนันตำบลเมืองบัว   อำเภอชุมพลบุรี  จังหวัดสุรินทร์     และประกอบอาชีพเกษตรกรรม
วิธีการเรียนรู้ของภูมิปัญญา
 นายบุญยง   ราชโสม  เป็นผู้มีความสนใจการแสดงหมอลำมาแต่เด็ก   และได้ฝึกฝนด้วยตนเอง  ด้วยใจรัก  แต่ไม่ได้จริงจัง  จนกระทั่งได้เป็นทหารเกณฑ์  จึงได้มีโอกาสได้แสดงต่อกลอนลำ  ในโอกาสต่าง ๆ เรื่อย ๆ มา  จนมีใจรักชอบอย่างจริงจัง   เมื่อมีโอกาสก็จะแสดงต่อกลอนลำอยู่เสมอ
 การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้นำชุมชนของนายบุญยง  ราชโสม  ในบทบาทผู้ใหญ่บ้าน   และกำนัน  ตลอดระยะเวลา  ๑๔ ปี   ด้วยความเสียสละ  อุทิศตน  ทำให้เป็นที่รักและไว้วางใจแก่ประชาชนทั้งตำบล     ดังนั้นทั้งในบทบาทของผู้นำ   และบทบาทของบุคคลอันเป็นที่รักและไว้วางใจของชาวบ้านในชุมชน  ทำให้นายบุญยง   ราชโสม  มีโอกาสเข้าไปร่วมมีบทบาทในสังคม  ทั้งกิจกรรมงานส่วนตัว และส่วนรวมอยู่เสมอตลอดมา     นอกจากนี้  นายบุญยง  ราชโสม   ยังได้มีโอกาสให้ความช่วยเหลือชาวบ้าน  ทั้งการจัดการธุระต่าง ๆ  ที่ต้องดำเนินการ   รวมทั้งเป็นพิธีกรในงานสำคัญต่าง ๆ   ซึ่งในบทบาทของพิธีกรนี้   นายบุญยง  ราชโสม   ได้ใช้ความสามารถส่วนตัวในด้านการต่อกลอนลำผสมผสานกันไป  ทำให้งานมีความครึกครื้นสนุกสนาน เป็นที่นิยมของชาวบ้าน  
 การมีโอกาสได้ไปร่วมเป็นพิธีกรงานต่าง ๆ   นายบุญยง  ราชโสม  โดยได้นำความสามารถส่วนตัว   คือกลอนลำ  มาลำประกอบไปกับหน้าที่พิธีกร  ในงานต่าง ๆ  ของญาติมิตรในชุมชน   เช่น  งานขึ้นบ้านใหม่   งานปีใหม่   งานแต่งงาน   งานบวชนาค    งานบุญต่าง ๆ  รวมทั้งในงานประเพณี  วัฒนธรรมสำคัญในชุมชนทุกกรณี         ด้วยคารมการต่อกลอนลำที่มีลีลาเฉพาะตัวที่น่าฟัง   และการต่อกลอนลำที่มีมุมมองของชีวิต  ที่ให้สติ  ข้อคิด  อยู่เสมอ ๆ  ทำให้เป็นที่นิยมของชาวบ้าน  จัดได้ว่าบ้านใด  คุ้มใดมีงาน ก็ต้องเชิญนายบุญยง  ราชโสม  ไปร่วมงานอยู่เสมอมิได้ขาด  
แรงบันดาลใจของภูมิปัญญา
 ด้วยจุดเด่นของการมีความคิดสร้างสรรค์ในการแสดงกลอนลำที่ให้คติสอนใจ   จนเป็นที่นิยมแก่ชาวบ้านดังกล่าว  ทำให้นายบุญยง   ราชโสม   ได้คิดบูรณาการกลอนลำให้เข้ากับสถานการณ์ทางสังคม  เพื่อใช้โอกาสในการให้ข้อคิดแก่ชาวบ้านในด้านการดำเนินชีวิตให้รอดปลอดภัยในสังคมปัจจุบัน   โดยเฉพาะภัยทางสังคมด้านยาเสพติด      ซึ่งเป็นปัญหาทางสังคม ที่ส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาอื่นๆ ในสังคมตามมาอย่างไม่สิ้นสุด    นับแต่นั้นมา  นายบุญยง  ราชโสม  จึงมีความตั้งใจอย่างจริงจังที่จะใช้ภูมิปัญญาของตนที่มีอยู่  ให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริง    ดังนั้นนอกจากกลอนลำสอนชีวิต  คติสอนใจต่าง ๆ   นายบุญยง  ราชโสม  จึงเริ่มใช้กลอนลำเพื่อรณรงค์  การต่อต้านยาเสพติด  ทั้งเหล้า  บุหรี่   และสิ่งเสพติดอื่น ๆ  ให้หมดไปจากสังคมตำบลเมืองบัว    ดังนั้นทุกงานที่มีส่วนร่วม  นายบุญยง  ราชโสม   จะต้องแสดงกลอนลำ เกี่ยวกับคำสอน  เพื่อให้ประชาชน  เยาวชน  ลด  ละ  เลิก  อบายมุข   จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของกลอนลำกำนันตำบลเมืองบัวในปัจจุบันนี้  
นอกจากความสามารถด้านกลอนลำแล้ว   นายบุญยง   ราชโสม   ยังมีความสามารถในการ
ขับร้องเพลงกล่อมเด็ก   ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของชาวบ้านในอดีตที่สืบทอดมา   บทเพลงเป็นการถ่ายทอดความรัก  ความห่วงใยของแม่ที่มีต่อลูก    รวมทั้งคำสอนสั่งต่าง ๆ   ซึ่งให้คติสอนใจได้ทุกยุคทุกสมัย     คุณค่าของบทกล่อมเด็ก   เป็นแรงบันดานใจสำคัญที่ทำให้นายบุญยง   ราชโสม   ต้องการสืบทอดให้คงอยู่ต่อไป    บทบาทของนายบุญยง   ราชโสม  ในการใช้ภูมิปัญญาสืบทอดสิ่งดีงามสู่สังคมทั้งสองส่วน 
ทั้งลำกลอน  และเพลงกล่อมเด็ก  จึงถือเป็นบุคคลที่ควรยกย่อง และส่งเสริมให้ใช้ภูมิปัญญาเพื่อสร้างสรรค์สังคมสืบต่อไป
 

แนวความคิด
 นายบุญยง  ราชโสม  มีแนวความคิดด้านภูมิปัญญาดังต่อไปนี้
 ๑. ด้านกลอนลำ 
 การดำรงชีวิตอยู่ในสังคมปัจจุบันเต็มไปด้วยภัยรอบตัว   การจะมีชีวิตที่เป็นสุขได้  ต้องมีศรัทธาและมีความมุ่งมั่นในการทำความดี   มีหลักการแนวคิดในการดำรงชีวิตที่ดีงาม  มีสติ   และต้องลด ละ เลิกอบายมุขทั้งปวงให้หมดไปจากสังคม  ความบันเทิงที่เลือกให้มนุษย์เสพนั้น จึงไม่ควรมีแต่ความสุข  เริงรมย์เพียงอย่างเดียว   แต่ตรงกันข้ามควรมีคุณค่าของความดี   ข้อคิด  มุมมองของชีวิตที่เป็นประโยชน์  เพื่อเตือนสติ   ให้ได้คิดดี  ทำดี    หากได้เสพสิ่งดี ๆ  อยู่เนือง ๆ  ย่อมทำให้มนุษย์ คิดดี  ทำดีได้  ภูมิปัญญาที่มีอยู่จึงควรใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันให้มากที่สุด
 ด้วยแนวคิดดังกล่าว   การต่อกลอนลำของนายบุญยง   ราชโสม   ทุกครั้งจึงมีความแตกต่างไปจากกลอนลำธรรมดาทั่ว ๆ ไป  ที่เป็นกลอนลำที่มีเรื่องราวสนุกสนาน   เป็นความบันเทิงแก่ผู้ฟัง  
 แต่กลอนลำของนายบุญยง  ราชโสม   นอกจากให้ความบันเทิงแล้ว ยังมีความตั้งใจที่จะเน้นมุมมอง
ของชีวิต    เน้นแนวคิด  คำสอนทางศาสนา   มุ่งลำเพื่อให้คติ  สอนใจ   ทั้งเด็ก  ผู้ใหญ่  และคนชรา   ทุกเพศ  ทุกวัย   ลำกลอนดังกล่าวจึงเป็นความบันเทิงที่แฝงด้วยคุณค่า  ได้ทั้งความสุข  และได้มุมมองของชีวิตที่ดีอีกทางหนึ่ง
๒. ด้านเพลงกล่อมเด็ก
  ความรักของแม่ที่มีต่อลูก   ยิ่งใหญ่กว่าสิ่งใด    ความรักความห่วงใยของแม่ที่มีต่อลูกที่ถ่ายทอดเป็นบทร้องที่แม่ขับกล่อมถ่ายทอดจินตนาการของความรักความห่วงใยของแม่ที่ลูกควรรับรู้และจดจำ
บทร้องในเพลงกล่อมเด็ก  เป็นสายใยเชื่อมโยงให้ลูกได้ระลึกความรักของแม่   การขับกล่อมด้วยบทร้องที่ได้ขับกล่อมมาแต่อดีต  นอกจากจะเป็นการถ่ายทอดความรักความห่วงใยของแม่ บทกล่อมยังแฝงไว้ซึ่งข้อคิด  คติเตือนใจ  และวิถีชีวิต  วิธีคิดของคนในอดีตที่ทรงคุณค่า  น่าจะเป็นการย้ำเตือนและสืบทอด ให้คนรุ่นหลังได้รู้จักและรักษาไว้สืบไป
 
ความสามารถเฉพาะ
 นายบุญยง   ราชโสม  มีความสามารถเฉพาะหลายด้าน  ดังนี้
๑.  เป็นผู้นำชุมชนในกิจสาธารณะต่าง ๆ  
นายบุญยง   ราชโสม  เป็นบุคคลที่มีความสามารถเฉพาะตัว  คือเป็นผู้มีภาวะผู้นำ  เป็นที่ยอมรับ
ในชุมชน  จึงเป็นผู้ที่มีบทบาทในกิจสาธารณะต่าง ๆ ในชุมชนอยู่เสมอ  รวมทั้งเป็นผู้นำกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม  เช่น  เป็นชุดเผยแพร่ประชาธิปไตยระดับหมู่บ้าน เป็นอาสาสมัครสาธารณสุข   เป็นคณะกรรมการโรงเรียนประถมศึกษา (ส.น.ง  ประถมศึกษาอำเภอชุมพลบุรี)    เป็น       อาสามสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน     เป็นผู้อุปถัมภ์สมาคมทหารตำรวจนอกราชการ  ร่วมโครงการแก้ปัญหาความยากจน     เป็นผู้เสียสละเพื่อชุมชนและการป้องกันปราบปรามดีเด่น  มีส่วนร่วมในการป้องกันการทุจริต การใช้ภูมิปัญญาด้านกลอนลำกับบทบาทผู้นำชุมชน   เมื่อมีโอกาสมีส่วนร่วมในกิจกรรมสาธารณะต่าง ๆ  ในชุมชนในฐานะผู้นำ   ก็ได้ใช้โอกาสนี้ใช้กลอนลำ  เพื่อลำบอกกล่าว  ขอความร่วมมือ  เชิญชวน   ให้คติสอนใจในทุกโอกาส
๒.  เป็นผู้มีความสามารถพิเศษในการเป็นพิธีกร
 สืบเนื่องจากการเป็นผู้มีภาวะผู้นำ   และเป็นผู้มีวาทศิลป์ในการพูด นายบุญยง  ราชโสม
จึงได้รับเชิญ  และได้รับมอบหมายหน้าที่ให้เป็นพิธีกรในงานสำคัญต่าง ๆ  ในภารกิจทั้งงานในหน้าที่  และงานในชุมชนอยู่เสมอ  เช่น  งานในประเพณีและวัฒนธรรมในชุมชน  ทุกโอกาส  การใช้ภูมิปัญญาด้านกลอนลำกับบทบาทพิธีกร   นายบุญยง   ราชโสม    ได้ใช้โอกาสของการเป็นพิธีกรในงานต่าง ๆ  โดยใช้กลอนลำเป็นสื่อกลางในการบอกกล่าว  ถ่ายทอดเรื่องราว  เชิญชวน  หรือประชาสัมพันธ์เรื่องราวต่าง ๆ  ได้ตามวัตถุประสงค์ของงาน  ตามโอกาสสำคัญต่าง ๆ  เป็นรูปแบบส่วนตนที่สร้างความชื่นชอบให้กับเจ้าภาพและผู้ร่วมงาน ในฐานะพิธีกร ได้เป็นอย่างดี  
 ๓.  เป็นผู้มีความสามารถด้านการละเล่นพื้นบ้าน   “กลอนลำ”
 นายบุญยง   ราชโสม  เป็นผู้ที่มีความสามารถด้านการละเล่นพื้นบ้าน (กลอนลำ) มาตั้งแต่เด็ก โดยใช้ความสนใจและจดจำกลอนลำต่อ ๆ กันมา     เมื่อได้มีโอกาสมีโอกาสแสดงความสามารถส่วนตนอย่างเด่นชัดในคราวที่เป็นทหารเกณฑ์    จึงได้มีโอกาสได้แสดงกลอนลำทุกโอกาสที่มีกิจกรรมนันทนาการ  หลังจากพ้นช่วงการเป็นทหารเกณฑ์   ก็ได้มีโอกาสแสดงความสามารถด้านกลอนลำในชุมชนตามโอกาสต่าง ๆ   เป็นที่ชื่นชอบต่อผู้ได้รับชมรับฟัง    ได้รับเชิญให้ไปต่อกลอนลำในงานต่าง ๆ ของชุมชนทั้งงานส่วนตัว  และงานเทศกาลตามประเพณี วัฒนธรรมในท้องถิ่น   ความเด่นชัดในความสามารถเฉพาะตัวด้านลำกลอนเป็นที่ยอมรับ  จนเป็นสัญลักษณ์เฉพาะตัวของกลอนลำ 
๔.  เป็นผู้มีความสามารถด้านการละเล่นพื้นบ้าน “เพลงกล่อมเด็ก”
เพลงกล่อมเด็กเป็นการละเล่นพื้นบ้านอย่างหนึ่งที่สืบทอดมาจากวิถีชีวิตของคนไทยแต่โบราณ
ทุกภูมิภาค   ดินแดนอีสานก็มีเพลงกล่อมเด็กมาแต่โบราณ  และค่อยลดเลือน หายไปตามความเปลี่ยนแปลงทางสังคม   นายบุญยง  ราชโสม  มองเห็นคุณค่าและสนใจการละเล่นด้านนี้  จึงได้พยายามสืบทอดตามโอกาสที่จะกระทำได้    เพลงกล่อมเด็กที่ได้สืบทอดเป็นเพลงกล่อมเด็กที่เป็นบทกล่อมทั่วไป  และเพลงกล่อมเด็กที่เป็นบทกล่อมสืบทอดของท้องถิ่นอีสาน
ทรัพยากรที่ใช้ประกอบการสร้างสรรค์ภูมิปัญญา
การดำเนินการในภูมิปัญญาของนายบุญยง  ราชโสม   ได้รับความร่วมมือ สนับสนุนแรงใจจากชาวบ้านในชุมชน    ทำให้มีโอกาสได้เผยแพร่สู่ชุมชนตามโอกาสสำคัญอย่างสม่ำเสมอ     นอกจากนั้นองค์กรในชุมชน  เช่น องค์การบริหารส่วนตำบลชุมพลบุรี ก็ให้ความสนใจกับการใช้ภูมิปัญญาของนายบุญยง   ราชโสม   โดยให้ความร่วมมือสนับสนุนให้มีส่วนร่วมกับชุมชนในกิจกรรมต่าง ๆ  ทุกโอกาสที่จะกระทำได้  ในฐานะพิธีกร  เปิดโอกาสให้นายบุญยง   ราชโสม  ได้มีโอกาสใช้ภูมิปัญญาด้านกลอนลำ   ตามความสามารถเฉพาะตัวที่สามารถทำคุณประโยชน์ในการประชาสัมพันธ์   คุณธรรม  คติสอนใจ  การดำรงชีวิตที่ดีงาม  รวมทั้งการรณรงค์การลด  ละ  เลิก  อบายมุข   ในสังคมอย่างต่อเนื่องสืบไป
วิธีการถ่ายทอดภูมิปัญญา
การถ่ายทอดกลอนลำของนายบุญยง   ราชโสม   ในปัจจุบัน  ยังไม่มีการสืบทอดเป็นการเฉพาะ   การสืบทอดเป็นไปในลักษณะการแสดงต่อกลอนลำให้ชาวบ้านฟังในงานต่าง ๆ   ผู้สนใจก็จะใช้การจดจำกันตามความสนใจ      ทั้งนี้นายบุญยง  ราชโสม  ก็ได้มีการรวบรวมบทกลอนลำ  ทั้งเป็นบทที่ได้จดจำมา   และบทที่ได้แต่งขึ้น   ไว้เป็นลายลักษณ์อักษร  เป็นฉบับลายมือของตนเองไว้เป็นบางส่วน  
 
สิ่งที่ทำให้ภูมิปัญญาคงอยู่
ในปัจจุบันนี้ความสนใจของประชาชนต่อการแสดงกลอนลำ  มีอยู่เฉพาะในชุมชน   ไม่เป็นที่นิยมแพร่หลายเหมือนการแสดงสมัยใหม่     และ การแสดงหมอลำที่ยังมีอยู่ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะเป็นหมอลำซิ่ง   ซึ่งเป็นการแสดงที่เน้นความบันเทิงและความสนุกสนาน   และที่ได้รับความนิยมมักเป็นคณะที่เสริมแต่งองค์ประกอบของการแสดงให้ดูยิ่งใหญ่  ในทุกด้าน   ทั้งรูปแบบ  เวที   ดนตรี  
การแต่งกาย    การใช้แสง  สี  เสียง  ในการแสดง   ไม่คงเหลือบรรยากาศของการละเล่นพื้นบ้านในอดีตเพราะเป็นการแสดงเชิงธุรกิจ   การแสดงกลอนลำแบบพื้นบ้านไม่ค่อยได้รับความนิยมและอาจมีแนวโน้มว่าจะถูกลืมเลือนไปจากสังคมได้ในอนาคต   
 บริบทที่จะทำให้การแสดงกลอนลำยังคงอยู่และสืบทอดต่อไป   ต้องได้รับการส่งเสริมอย่างจริงจังในองค์กรต่าง ๆ  ที่มีบทบาทต่อเยาวชน  และประชาชน    เช่น การส่งเสริมให้มีการถ่ายทอดในโรงเรียน       ส่งเสริมให้มีการสืบทอดในชุมชนโดยต้องได้รับการสนับสนุนจากองค์กรระดับท้องถิ่น  และระดับจังหวัดอย่างจริงจัง  โดยส่งเสริมให้มีการจัดการแสดงลำกลอนทุกโอกาสในงานตามประเพณี  วัฒนธรรมต่าง ๆ     ส่งเสริมให้มีการจัดตั้งกลุ่มสนใจ     ส่งเสริมงบประมาณในการดำเนินการต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการเผยแพร่      ส่งเสริมให้มีการจัดประกวดเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ   ในชุมชนต่าง ๆ   ทั้งระดับตำบล  อำเภอ  และระดับจังหวัด 
 ในปัจจุบันนี้การแสดงกลอนลำยังไม่ได้มีการส่งเสริมและอนุรักษ์   สืบทอดให้คงอยู่ต่อไปอย่างจริงจัง   จึงจำเป็นที่หน่วยงานต่าง ๆ    และองค์กรด้านวัฒนธรรม  ควรจะได้ให้ความสนใจ   และให้การส่งเสริมเพื่อการอนุรักษ์  สืบทอดอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
 
ผลงานที่ผ่านมา
ได้ใช้กลอนลำเป็นการเชื่อมโยงกิจกรรมทางสังคมทุกโอกาส    โดยสืบทอดกลอนลำที่ได้กล่าวถึงต่อ ๆ กันมา  เช่น   คำกลอนสอนโลก    ปัจจัยที่ ห้า   เหล้าพาเสีย   กินเมาให้เขารวย
ข้าวนาหว่านสารเคมี  เป็นต้น  และสืบทอดเพลงกล่อมเด็กอีสาน
3. นายฉัตรเอก   หล้าล้ำ   ปราชญ์ชาวบ้านด้านกีฬาและการละเล่นพื้นบ้าน                                                                 
ประวัติส่วนตัว
ชื่อ - สกุล    นายฉัตรเอก   หล้าล้ำ  เกิด วันที่  ๙  กุมภาพันธ์   พ.ศ.  ๒๔๙๗   ปัจจุบัน
อยู่บ้านเลขที่  ๓  ตรอกศรีไผทสมันต์  อำเภอเมือง  จังหวัดสุรินทร์  อาชีพรับราชการครู
โรงเรียนสุรวิทยาคาร 
วิธีการเรียนรู้ของภูมิปัญญา
 นายฉัตรเอก  หล้าล้ำ   รับราชการเป็นครูพลศึกษาที่โรงเรียนสุรวิทยาคาร   มีบทบาทในการส่งเสริมกิจกรรมด้านกีฬาและนันทนาการมาโดยตลอด    ประกอบกับเป็นคนท้องถิ่น  จึงให้ความสำคัญเกี่ยวกับวิถีชีวิต  และวัฒนธรรม ประเพณีพื้นบ้านควบคู่กันไปในเวลาเดียวกัน 
 การส่งเสริมกิจกรรมกีฬาและการละเล่นพื้นบ้าน เกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ.  2530  โดยเริ่มต้นจากการส่งเสริมให้มีการแข่งขันกีฬาและการละเล่นพื้นบ้านในการแข่งขันกีฬาสีสัมพันธ์โรงเรียนสุรวิทยาคาร  การได้นำกีฬาการละเล่นพื้นบ้านมาจัด   ทำให้การแข่งขันกีฬาสัมพันธ์ มีกิจกรรมกีฬาที่เป็นการละเล่นพื้นบ้านควบคู่กันไปทำให้เกิดความสนุกสนาน   นับแต่บัดนั้นเป็นต้นมาจึงเป็นแรงบันดาลใจที่อยากส่งเสริมให้กีฬาและการละเล่นพื้นบ้านได้กลับมาได้รับความสนใจ   เล่นกันในหมู่เยาวชนอีกครั้งหนึ่ง    จึงได้ส่งเสริมให้มีการจัดการแข่งขันสืบเนื่องมาโดยลำดับจนถึงปัจจุบัน
แรงบันดาลใจ
 ด้วยความสนใจในวิถีชีวิต  และวัฒนธรรมท้องถิ่นควบคู่กันไป  ในปี  พ.ศ. ๒๕๓๗  จึงได้เป็นผู้ก่อตั้งวงดนตรีวงกันตรึมพื้นบ้าน ของโรงเรียนสุรวิทยาคาร   และในปี พ.ศ. ๒๕๓๙  ได้มีโอกาสเข้าร่วมเป็นผู้ฝึกสอนและควบคุมการแสดงศิลปะพื้นบ้านสุรินทร์  เรือมตร๊ด   เรือมอันเร  เรือมกันตรึม  และมีโอกาสได้ร่วมส่งเสริมการจัดงานของจังหวัดสุรินทร์ โดยได้เป็นผู้ควบคุมและฝึกซ้อมการแสดงศิลปะพื้นบ้านสุรินทร์เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน   จนถือได้ว่าเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญในการแสดงพื้นบ้านเรือมอันเร 
 ด้วยตระหนักในความสำคัญของกีฬาและการละเล่นพื้นบ้าน  จึงเห็นความจำเป็นที่ต้องส่งเสริมและอนุรักษ์ไว้สืบไป   จึงได้พยายามดำเนินการทุกวิถีทางที่จะให้กีฬาและการละเล่นพื้นบ้านได้สืบทอดสู่คนรุ่นหลัง   
แนวความคิด
 กีฬาและการละเล่นพื้นบ้านช่วยเสริมสร้างสุขภาพให้สมบูรณ์       ส่งเสริมความสามัคคี
การมีส่วนร่วม    และอนุรักษ์ความเป็นไทย  
 ในยุคที่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตในปัจจุบันนี้   ทำให้การเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพเปลี่ยนแปลงรูปแบบไป   การส่งเสริมและเผยแพร่กีฬาและการละเล่นพื้นบ้านให้คงอยู่สู่เยาวชนและสังคมไทย  เป็นการสร้างเจตคติต่อวิถีชีวิตของความเป็นไทย
 
 
  
การฝึกซ้อมการรำให้กับนักเรียน
ความสามารถเฉพาะ
นายฉัตรเอก  หล้าล้ำ  มีความสามารถเฉพาะ  ด้านกีฬาและการละเล่นพื้นบ้าน   ได้ส่งเสริม  และสืบทอดในกิจกรรมต่าง ๆ เป็นที่ปรากฏ มาเป็นเวลานาน  อาทิเช่น  เป็นผู้ส่งเสริมและสนับสนุนการเล่นและแข่งขันกีฬาพื้นบ้านในการแข่งขันกีฬาสีสัมพันธ์ โรงเรียนสุรวิทยาคาร ปี ๒๕๓๐ – ปัจจุบัน   
เป็นผู้ฝึกสอนและผู้ควบคุมการแสดงศิลปะพื้นบ้านเรือมตร๊ด เรือมอันเร  เรือมกันตรึม  ในงานแสดงช้าง ปี   พ.ศ. ๒๕๓๙-  ปัจจุบันและเป็นวิทยากรโครงการส่งเสริมกีฬาและการละเล่นพื้นบ้าน   ของศูนย์การท่องเที่ยวและนันทนาการ  จังหวัดสุรินทร์ เป็นต้น
ทรัพยากรที่ใช้ประกอบด้านภูมิปัญญา
นายฉัตรเอก    หล้าล้ำ    ได้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์กีฬาและการละเล่นพื้นบ้าน   โดยได้รับการสนับสนุนจากบุคลากรที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดีหลายฝ่าย  คือผู้บริหารโรงเรียนสุรวิทยาคาร  ครูอาจารย์   นักเรียน   ผู้ปกครอง   รวมทั้งองค์กรต่าง ๆ  ของจังหวัดสุรินทร์  ที่มีบทบาทในการส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรม  ในปัจจุบันได้มีการส่งเสริมกีฬาและการละเล่นพื้นบ้านโดยบรรจุไว้ในโปรแกรมการแข่งขันกีฬาสัมพันธ์ของโรงเรียนสุรวิทยาคารเป็นประจำทุกปี
 สำหรับการแสดงพื้นบ้านเรือมอันเร   ได้มีการส่งเสริมโดยจังหวัดสุรินทร์  ให้มีการแสดงในงานช้างจังหวัดสุรินทร์ทุกปีตั้งแต่ปี  พ.ส. ๒๕๓๙  จนถึงปัจจุบัน   โดยได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนในการดำเนินงาน ทำให้ได้มีการแสดงเผยแพร่อย่างต่อเนื่องตลอดมา   
 
 
 
 
การฝึกซ้อมการรำของนักเรียน
วิธีการถ่ายทอดภูมิปัญญา
วิธีการถ่ายทอดภูมิปัญญาดำเนินการโดยส่งเสริมให้เยาวชนได้รู้จักและมีการละเล่น   โดยจัดโปรแกรมไว้ในการแข่งขันกีฬาของโรงเรียนสุรวิทยาคาร   และมีการสืบทอดสู่ชุมชน  สังคม  โดยการเป็นวิทยากรถ่ายทอดในโอกาสต่าง ๆ  เช่น  เป็นวิทยากรในโครงการส่งเสริม  การออกกำลังกายและการละเล่นพื้นบ้าน   ให้กับศูนย์การท่องเที่ยวกีฬาและนันทนาการ  จังหวัดสุรินทร์
 
 
 
 

การละเล่นวิ่งกระสอบ
สิ่งที่ทำให้ภูมิปัญญาคงอยู่
นายฉัตรเอก  หล้าล้ำ   เป็นผู้ฝึกสอนและควบคุมการแสดงพื้นบ้านเรือมตร๊ด  เรือมอันเร   เรือมกันตรึม  ในงานแสดงช้างจังหวัดสุรินทร์ทุกปี  ตั้งแต่ปี พ.ศ.  ๒๕๓๙  จนถึงปัจจุบันนี้  จึงนับได้ว่าการแสดงเรือมอันเร  ได้มีการสืบทอดรุ่นสู่รุ่น    จากนักเรียนสู่ประชาชนทั้งในท้องถิ่นและต่างถิ่น  ที่ได้มีโอกาสมาเป็นส่วนหนึ่งของงานการแสดงของช้างที่จังหวัดสุรินทร์  ตลอดมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน 
ในด้านการเรียนการสอนกำหนดจัดเป็นกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ชุมนุมดนตรี  นาฏศิลป์พื้นเมือง  สำหรับนักเรียนชั้น ม. ต้น และ ม. ปลาย  โดยจัดฝึกทักษะตามกลุ่มสนใจ และความสามารถพิเศษเฉพาะด้านโดยเน้นดนตรีและนาฏศิลป์พื้นเมือง  ใช้เวลาฝึกในคาบกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและนอกเวลาเรียนปกติหลังเลิกเรียนและวันหยุดเสาร์หรืออาทิตย์  โดยครูนาฏศิลป์และนักเรียนพี่เลี้ยงมัธยมศึกษาตอนปลาย  รวมทั้งศิษย์เก่าจากสถาบันอุดมศึกษาที่มีความสามารถพิเศษช่วยกำกับดูแล  ฝึกซ้อม
 
ผลงานที่ผ่านมา
นายฉัตรเอก  หล้าล้ำ  ได้ดำเนินการในหลายส่วนที่ทำให้  กีฬาและการละเล่นพื้นบ้าน  ได้ดำรงอยู่คู่กับสังคมไทยสืบไป  ดังต่อไปนี้
 ๑. ส่งเสริมการละเล่นพื้นบ้านโดยการจัดไว้ในการแข่งขันกีฬาสัมพันธ์ของโรงเรียน
เป็นประจำทุกปี
 ๒. เป็นวิทยากรให้ความรู้ให้โรงเรียน  ชุมชน  องค์กรต่างๆ  ที่สนใจสืบทอดและสืบสานการละเล่นอย่างเต็มกำลังความสามารถ
 ๓. ปฏิบัติหน้าที่ผู้ฝึกสอนและควบคุมการแสดงศิลปะพื้นเมืองสุรินทร์ในงานแสดงช้าง ตั้งแต่พ.ศ. ๒๕๓๙ มาจนถึงปัจจุบันด้วยความเสียสละทุ่มเท
 ๔. สนับสนุน  ส่งเสริม  การใช้หลักสูตร  การแสดงพื้นเมืองเรือมอันเร  ในโรงเรียนทุกกรณี  เต็มความสามารถ  เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามนโยบายของโรงเรียนในการส่งเสริม อนุรักษ์  “การแสดงเรือมอันเร”  ให้สืบทอดและคงอยู่สืบไป
 ๕. เป็นผู้ควบคุม และฝึกซ้อมการแสดงเรือมอันเรในงานแสดงช้างจังหวัดสุรินทร์อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี
 
โพสโดย: ผู้ดูแลระบบ
ร้องเรียน-ร้องทุกข์
ข้อมูลพื่นฐาน
ลิ้งที่เกี่ยวข้อง
เฟสบุ๊คอบจ.สุรินทร์
บทความออนไลน์
แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ
วีดิทัศน์ประชาสัมพันธ์
Polls
รูปแบบเว็บไซต์ใหม่ อบจ.สุรินทร์
  • มากที่สุด
  • มาก
  • ปานกลาง
  • น้อย
  • น้อยที่สุด
  •  ดูผลโหวต
องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์
องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ All right reserve@2010